งานฟา กับ การทำงานเชิงกลยุทธ์ : OGSM Facilitation
งานฟา (FA) กับการทำงานเชิงกลยุทธ์: OGSM Facilitation
ในโลกของการบริหารจัดการองค์กรและพัฒนากลยุทธ์ การเข้าใจและนำเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมาใช้เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้องค์กรไปสู่ความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน งานฟา (FA) หรือ Facilitation สำหรับการทำงานเชิงกลยุทธ์นั้น เป็นกระบวนการที่ช่วยสร้างความเข้าใจร่วมกันและผลักดันให้ทีมงานสามารถวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อผนวกกับโมเดล OGSM ซึ่งย่อมาจาก Objectives, Goals, Strategies, and Measures
นิยามและความหมาย
งานฟา (Facilitation) หมายถึง กระบวนการสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยให้กลุ่มคนสามารถสื่อสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งวางแผนร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยผ่านเทคนิคและเครื่องมือที่ช่วยลดอุปสรรคด้านการสื่อสารและเพิ่มความเข้าใจร่วมกัน สำหรับงานฟาในบริบทของการทำงานเชิงกลยุทธ์นั้น เน้นไปที่การสร้างโครงสร้างและกระบวนการที่ช่วยให้ทีมสามารถกำหนดวิสัยทัศน์และแผนกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ
ในส่วนของ OGSM Facilitation ก็หมายถึงกระบวนการที่ผู้เป็น Facilitator ช่วยนำทีมในการกำหนดและพัฒนา Objective (เป้าหมายเชิงกลยุทธ์) Goals (เป้าหมายรายละเอียด) Strategies (กลยุทธ์ในการบรรลุเป้าหมาย) และ Measures (เกณฑ์วัดผล) โดยเน้นการสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนและความเห็นร่วมกันในแต่ละขั้นตอน
การใช้งานและการประยุกต์ใช้
การใช้งานฟาในบริบทของการวางแผนเชิงกลยุทธ์เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้กลุ่มหรือทีมงานสามารถ :
1. สร้างความเข้าใจร่วมกัน: ช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานร่วมกันอย่างชัดเจน ลดความสับสนและความคลาดเคลื่อน
2. เสริมสร้างความมีส่วนร่วม: เปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการกำหนดกลยุทธ์ ซึ่งเป็นการสร้างความผูกพันและความมุ่งมั่น
3. ปรับแผนให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม: กลไกการ facilitation ช่วยให้สามารถปรับแผนตามการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน: ช่วยทำให้แผนกลยุทธ์ชัดเจนและเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งการติดตามผลอย่างเป็นระบบ
โอกาสต่าง ๆ ในการใช้งาน
งานฟาในเชิงกลยุทธ์เหมาะสมอย่างยิ่งในบริบทต่าง ๆ เช่น
– การวางแผนกลยุทธ์ระดับองค์กร หรือหน่วยงานย่อย
– การประเมินและปรับปรุงกลยุทธ์ปัจจุบันให้สอดคล้องกับสถานการณ์
– การสร้างความเข้าใจร่วมกันในทีมงานที่มีความหลากหลายด้านวัฒนธรรม หรือความเชี่ยวชาญ
– การจัดเวิร์กช็อปกลยุทธ์และนวัตกรรมที่ต้องการความร่วมมือจากหลายฝ่าย
– การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะด้านกลยุทธ์ให้กับผู้นำและทีมงาน
ในภาพรวม การนำกระบวนการ Facilitation มาใช้ในงานเชิงกลยุทธ์ช่วยสร้างกระบวนการที่มีความเป็นระบบ โปร่งใส และสร้างความร่วมมือที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำพาให้องค์กรก้าวสู่ความสำเร็จอย่างมั่นคงและยั่งยืน กระบวนการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง แต่ยังเป็นการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีความร่วมมือและความเข้าใจในทุกระดับ เมื่อเป็นเช่นนี้ การทำงานเชิงกลยุทธ์ด้วย OGSM และการ facilitation จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทุกองค์กรควรนำไปปรับใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในอนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
