Go Facilitation

งานฟา กับ การทำงานเชิงกลยุทธ์ : OKRs Workshop (Cascading Levels)

งานฟา กับการทำงานเชิงกลยุทธ์ : OKRs Workshop (Cascading Levels)

ในยุคปัจจุบันที่องค์กรต่าง ๆ ต้องปรับตัวให้รวดเร็วและมีความสามารถในการวางแผนและดำเนินกลยุทธ์อย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าใจและใช้งานเครื่องมืออย่าง OKRs (Objectives and Key Results) กลายเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความสอดคล้องและความเข้าใจร่วมกันในทุกระดับขององค์กร งานฟา (Facilitation) จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้กลยุทธ์เหล่านี้ถูกถ่ายทอดและประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความหมายของงานฟา (Facilitation)

งานฟาเป็นกระบวนการที่ผู้ช่วยเหลือหรือผู้เป็นกลางทำหน้าที่สนับสนุนให้กลุ่มคนหรือทีมสามารถดำเนินการประชุม หรือการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิผล โดยเน้นการสร้างบรรยากาศเปิดกว้าง การกระตุ้นไอเดีย และการหาแนวทางร่วมกันโดยไม่เข้าไปตัดสินหรือชี้นำ ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือกลุ่มสามารถสรุปแนวทาง หรือแผนปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นเอกภาพ

ความหมายของ OKRs (Objectives and Key Results)

OKRs เป็นเครื่องมือจัดการเป้าหมายที่เน้นความชัดเจนในการตั้งเป้าหมาย (Objectives) พร้อมกับตัวชี้วัดผลลัพธ์หลัก (Key Results) ซึ่งช่วยให้ทีมและบุคคลสามารถติดตามและวัดผลความก้าวหน้าได้อย่างเป็นระบบ การใช้ OKRs ทำให้องค์กรสามารถเชื่อมโยงเป้าหมายระดับต่าง ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมทั้งเพิ่มความรับผิดชอบและมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุด

การทำงานเชิงกลยุทธ์ด้วยการใช้ OKRs และงานฟา คืออะไร?

การทำงานเชิงกลยุทธ์ด้วย OKRs Workshop ที่เน้น Cascading Levels เป็นกระบวนการเชื่อมโยงเป้าหมายระดับสูงลงไปสู่ระดับปฏิบัติการอย่างเป็นลำดับชั้น (Cascading) โดยใช้เทคนิคการ Facilitation ช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจเป้าหมายร่วมกันและสามารถปรับแนวทางให้สอดคล้องกันได้ง่ายขึ้น การประยุกต์ใช้การทำงานแบบนี้ทำให้สามารถวางแผนกลยุทธ์ที่มีความละเอียดอ่อนและตรงจุด ตลอดจนสามารถวัดผลและปรับปรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้งานและประยุกต์ใช้

ในองค์กร การจัด Workshop เพื่อสอนและฝึกให้ทีมงานเข้าใจการตั้ง OKRs ในระดับต่าง ๆ เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยสร้างความเข้าใจร่วมกัน โดยงาน Facilitator จะเป็นตัวกลางในการสร้างพื้นที่เปิดกว้าง ให้ทุกฝ่ายสามารถแสดงความคิดเห็นและเรียนรู้จากกันและกัน วิธีนี้เป็นแรงผลักดันให้เกิดการบูรณาการกลยุทธ์และการดำเนินงานในระดับปฏิบัติการอย่างราบรื่น

นอกจากนี้ การนำเครื่องมือนี้ไปปรับใช้ในโอกาสต่าง ๆ เช่น โครงการใหญ่, การพัฒนาทักษะใหม่, หรือการปรับปรุงกระบวนการภายใน ก็สามารถสร้างเสริมความเข้าใจและความรับผิดชอบร่วมกันอย่างมีประสิทธิผล ทำให้เป้าหมายขององค์กรบรรลุผลได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

สุดท้าย การเป็นผู้ facilitation ที่มีคุณภาพและเข้าใจกลยุทธ์อย่างลึกซึ้ง จะช่วยให้กระบวนการทำงานเชิงกลยุทธ์ไม่ใช่เพียงแค่การวางแผนแล้วจบไป แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ และการพัฒนาศักยภาพของบุคคลในองค์กรอย่างต่อเนื่องอย่างแท้จริง

Facebook Comments Box