Go Facilitation

สุภาษิตไทย ในใจ ฟา : จะจับปลาต้องตีน้ำ – จะให้กลุ่มคิดต้องสร้างพลัง

สุภาษิตไทยในใจ ฟา : จะจับปลาต้องตีน้ำ – จะให้กลุ่มคิดต้องสร้างพลัง

สุภาษิตไทยนี้เป็นคำเปรียบเทียบที่ลึกซึ้งซึ่งสื่อความหมายเกี่ยวกับความสำคัญของการสร้างพลังและความเคลื่อนไหวเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยเฉพาะในบริบทของการทำงานร่วมกันในกลุ่มหรือทีม การเข้าใจความหมายและการใช้งานของสุภาษิตนี้สามารถนำไปปรับใช้ในการกระบวนการ Facilitation หรือการเป็นกระบวนกรเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพของกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นิยามและความหมาย

สุภาษิต “จะจับปลาต้องตีน้ำ” หมายถึง การกระทำหรือความพยายามที่จะบรรลุเป้าหมาย ต้องอาศัยการเคลื่อนไหว การสร้างพลัง และการลงมือทำในสิ่งที่นำไปสู่ผลลัพธ์ เช่นเดียวกับการจับปลา หากไม่ลงแรงและตั้งใจที่จะเข้าไปในน้ำ เพียงแค่หวังว่าจะจับปลาได้ก็อาจเป็นไปได้ยาก การสร้างพลังและการมีส่วนร่วมจึงเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในทุกความพยายาม

ความเข้าใจในบริบทของการ Facilitation

ในฐานะที่เป็นกระบวนกร การเข้าใจความหมายของสุภาษิตนี้สามารถเป็นแนวทางในการสร้างกลยุทธ์และกลไกเพื่อเสริมสร้างพลังในกลุ่ม การกระตุ้นให้สมาชิกกลุ่มมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ต้องอาศัยการสร้างบรรยากาศที่เปิดกว้าง ให้สมาชิกกล้าพูด แสดงความคิดเห็น และร่วมแรงร่วมใจ โดยการ “ลงน้ำ” ไปพร้อมกับกลุ่ม เช่นเดียวกับการเป็น Catalyst ที่ช่วยเสริมสร้างแรงจูงใจและพลังในกลุ่ม กระบวนกรจะต้องเป็นผู้นำในการสร้างและควบคุมบรรยากาศ การกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสารที่ชัดเจน ตลอดจนการสนับสนุนให้กลุ่มลงมือทำอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้งานและการประยุกต์ใช้

1. การสร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่ม

เมื่อกลุ่มต้องเผชิญกับความท้าทาย กระบวนกรสามารถใช้สุภาษิตนี้เป็นแรงบันดาลใจในการเน้นย้ำความสำคัญของการลงมือทำอย่างจริงจัง การมีพลังและความร่วมมือกันเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพากลุ่มไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

2. การสร้างทีมเวิร์ค

สำหรับกลุ่มที่ต้องการพัฒนาเป็นทีมเวิร์ค กระบวนกรควรเน้นสร้างความเข้าใจร่วมกันว่าทุกคนต้อง “ตีน้ำ” ไปพร้อมกัน เพื่อให้กลุ่มมีกระแสพลังที่สอดคล้องกัน การสร้างความตระหนักรู้เรื่องบทบาทและความรับผิดชอบของสมาชิกในกลุ่มเป็นสิ่งสำคัญ

3. การจัดการกับความขัดแย้ง

ในภาวะที่กลุ่มเผชิญกับความขัดแย้งหรือความไม่เข้าใจ กระบวนกรสามารถใช้แนวคิดนี้ในการส่งเสริมให้สมาชิกกลุ่มเปิดใจและแสดงความเห็นอย่างเต็มที่ การสร้างบรรยากาศที่สนับสนุนให้ทุกคน “ลงน้ำ” เพื่อหาแนวทางร่วมกัน จะช่วยให้กลุ่มสามารถผ่านพ้นอุปสรรคได้

4. การเสริมสร้างนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์

การให้กลุ่มเข้ามามีบทบาทและลงมือสร้างสิ่งใหม่ ๆ โดยไม่กลัวความล้มเหลว เป็นส่วนสำคัญของการใช้สุภาษิตนี้ กระบวนกรสามารถจัดกิจกรรมหรือเวิร์กช็อปที่ส่งเสริมความกล้าในการทดลองและเรียนรู้จากความผิดพลาด เพื่อสร้างพลังและความมุ่งมั่นในกลุ่ม

สรุป

สุภาษิต “จะจับปลาต้องตีน้ำ” เป็นคำเปรียบเปรยที่สะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จนั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้โดยปราศจากความพยายาม การลงมือทำ การสร้างพลังและความร่วมมือร่วมใจเป็นสิ่งจำเป็นในทุกบริบท ไม่ว่าจะเป็นในการทำงานร่วมกัน การพัฒนาทีม หรือการแก้ไขปัญหา กระบวนการ Facilitation ที่เน้นการสร้างพลังนี้ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนกลุ่มให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่ต้องนำแนวคิดนี้ไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ แต่ยังต้องเป็นผู้นำในการสร้างบรรยากาศและสร้างพลังให้กลุ่มเป็นธานีแห่งความสำเร็จอย่างยั่งยืนในที่สุด

Facebook Comments Box