คุณสมบัติ การเป็น ฟา ที่ดี : รู้ว่าเมื่อไรควร “นำ” และ “ถอย”
คุณสมบัติการเป็น Facilitator ที่ดี: รู้ว่าเมื่อไรควร “นำ” และ “ถอย”
ในโลกของการเป็นผู้พิธีกรหรือผู้ประสานงานกลุ่ม (Facilitator) ที่ประสบความสำเร็จ จุดสำคัญหนึ่งคือการเข้าใจและฝึกฝนทักษะในการรู้ว่าเมื่อไรควร “นำ” และเมื่อไรควร “ถอย” ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในการสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการสื่อสาร การสร้างความเข้าใจร่วมกัน และการสนับสนุนให้กลุ่มสามารถบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
นิยามและความหมายของ “นำ” กับ “ถอย”
“นำ” ในบริบทของ Facilitator หมายถึง การเป็นผู้นำที่สามารถชี้นำ กระตุ้น และสร้างแนวทางให้กลุ่มเดินไปในทิศทางที่ตั้งเป้าหมายไว้ โดยการนำนี้ไม่ใช่การควบคุม หรือตัดสินใจแทนกลุ่ม แต่เป็นการเป็นสะพานเชื่อมต่อให้กลุ่มมีทิศทางและแรงบันดาลใจ
“ถอย” หมายถึง การรู้จักปล่อยวาง การเข้าใจจังหวะและสถานการณ์ เมื่อกลุ่มเข้าสู่ช่วงที่ต้องการให้กลุ่มมีอิสระในการแสดงความคิดเห็น การคิดแก้ปัญหา หรือสร้างนวัตกรรมด้วยตนเอง การถอยนี้เป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกกลุ่มได้แสดงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง
การเข้าใจจังหวะและสถานการณ์
ผู้เป็น Facilitator ที่ดี ต้องสามารถวิเคราะห์และรับรู้ถึงนิสัยใจคอของกลุ่ม รวมทั้งสังเกตสิ่งรอบตัว ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจว่าจะ “นำ” หรือ “ถอย” อย่างเหมาะสม หลักการสำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่างการชี้นำและการให้กลุ่มได้เรียนรู้และเติบโตด้วยตนเอง
การใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ
– ในช่วงเริ่มต้นของการประชุมหรือเวิร์กช็อป การ “นำ” อย่างเข้มแข็งอาจช่วยให้กลุ่มเกิดความเข้าใจและความตั้งใจร่วมกัน
– ในช่วงที่กลุ่มเข้าสู่กระบวนการค้นหาแนวทาง หรือระดมความคิด การ “ถอย” เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกกลุ่มแสดงความคิดสร้างสรรค์ได้เต็มที่เป็นสิ่งจำเป็น
– เมื่อกลุ่มเผชิญกับความขัดแย้ง หรือความสับสน การ “นำ” ด้วยความเข้าใจและเทคนิคการบริหารจัดการ จะช่วยให้กลุ่มสามารถกลับเข้าสู่แนวทางที่เหมาะสมได้
– ในกระบวนการสรุปและสร้างข้อเสนอแนะ การ “ถอย” เพื่อให้สมาชิกกลุ่มมีโอกาสเสนอมุมมองและข้อคิดเห็นของตนเองอย่างเต็มที่ ช่วยเสริมสร้างความร่วมมือและความเข้าใจร่วมกัน
การประยุกต์ใช้ในโอกาสต่าง ๆ
– ในการทำงานทีมและโครงการร่วมมือกัน เช่น การวางแผนกลยุทธ์ การประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
– ในการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคคล การรู้จัก “นำ” เพื่อเป็นแนวทาง และ “ถอย” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่
– ในการเป็นผู้นำชุมชน หรือกลุ่มอาสาสมัคร ที่ต้องการสร้างพลังร่วมกันอย่างสมดุล
– ในการดูแลและสนับสนุนกลุ่มในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น สถานการณ์วิกฤติ หรือความเปลี่ยนแปลงทางสังคม
สรุปแล้ว การเป็น Facilitator ที่ดี คือ การรู้จักเลือกใช้จังหวะและเทคนิคที่เหมาะสมในการ “นำ” และ “ถอย” เพื่อสร้างเสริมพลังในกลุ่ม รวมทั้งสนับสนุนให้กลุ่มสามารถบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมชาติ การฝึกฝนและพัฒนาทักษะนี้ต้องอาศัยการเรียนรู้จากประสบการณ์ ความเข้าใจในกลุ่มเป้าหมาย และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์อย่างอัจฉริยะ
