Go Facilitation

ทำเวิร์กช็อปอย่างไร ให้คนในองค์กรกล้า “คิดใหม่”

ทำเวิร์กช็อปอย่างไร ให้คนในองค์กรกล้า “คิดใหม่”

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง การมีพนักงานที่กล้า “คิดใหม่” หรือคิดนอกกรอบ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวและสร้างนวัตกรรมได้อย่างยั่งยืน การจัดเวิร์กช็อปเพื่อกระตุ้นให้สมาชิกในองค์กรกล้าคิดใหม่จึงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง ซึ่งจำเป็นต้องออกแบบและดำเนินการอย่างตั้งใจและมีหลักการรองรับ

—

นิยามของ “คิดใหม่” ในบริบทขององค์กร

“คิดใหม่” หรือ “Think Differently” เป็นแนวคิดที่ส่งเสริมให้บุคคลในองค์กรมีพฤติกรรมการคิดที่แตกต่างจากกรอบเดิม ๆ ที่ยึดติดกับวิธีการหรือกระบวนการที่ใช้มานาน โดยความหมายของการคิดใหม่นี้ไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธสิ่งเดิมทั้งหมด แต่หมายถึงการเปิดใจรับไอเดียใหม่ๆ ทดลองมุมมองใหม่ ทั้งในการแก้ไขปัญหา การตัดสินใจ หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สร้างสรรค์และมีคุณค่า

—

ความเข้าใจและความสำคัญของเวิร์กช็อปในกระบวนการกระตุ้นการคิดใหม่

เวิร์กช็อปเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อรวบรวมสมาชิกในองค์กรมาช่วยกันคิด ร่วมแก้ไขปัญหา หรือพัฒนางานในรูปแบบที่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดกว้าง การทำเวิร์กช็อปโดยเน้นส่งเสริมความคิดใหม่ทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้:

– รู้สึกปลอดภัยในการแสดงความเห็น ป้องกันความกลัวที่จะถูกตัดสินหรือวิพากษ์วิจารณ์
– ได้รับทักษะและเครื่องมือในการคิดสร้างสรรค์ เช่น เทคนิคการระดมสมอง (Brainstorming), การตั้งคำถามเชิงลึก (Powerful Questions)
– ได้ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจ เพื่อเข้าใจบริบทและมุมมองที่แตกต่าง
– สร้างแรงบันดาลใจและการมีส่วนร่วม ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ทดลองคิดและทำสิ่งใหม่ๆ

—

การออกแบบเวิร์กช็อปที่ส่งเสริมให้คนกล้าคิดใหม่

1. สร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย (Psychological Safety)
เริ่มจากการสร้างกติกากลางที่เน้นความเคารพซึ่งกันและกัน ไม่มีการตัดสินหรือดูถูกความคิดใด ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนกล้าพูดและกล้าเสนอแนวคิดใหม่

2. ใช้เทคนิคกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์
เลือกเครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสม เช่น Brainwriting, Six Thinking Hats, SCAMPER, หรือ Design Thinking ซึ่งช่วยให้ผู้ร่วมกิจกรรมคิดในมุมมองที่หลากหลายและสร้างไอเดียใหม่อย่างเป็นระบบ

3. ผสมผสานมุมมองหลากหลาย
คัดเลือกสมาชิกจากหลากหลายฝ่ายหรือหน่วยงานมาเข้าร่วม เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางความคิดและประสบการณ์ ส่งผลให้ไอเดียที่เกิดใหม่หลุดพ้นขอบเขตเดิม ๆ

4. กำหนดเป้าหมายและคำถามชัดเจน
เพื่อไม่ให้ไอเดียลอยไปเรื่อยๆ ควรกำหนดโจทย์ที่ท้าทายและเป็นประเด็นสำคัญขององค์กร ที่ต้องการการคิดใหม่อย่างเร่งด่วน

5. ส่งเสริมการเรียนรู้จากความผิดพลาด
สอนและสนับสนุนให้เห็นว่าความล้มเหลวหรือความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองและพัฒนาความคิดใหม่ ๆ ไม่ใช่ความล้มเหลวที่น่ากลัว

6. สร้างกิจกรรมทดลอง (Prototyping & Testing)
ให้ผู้ร่วมเวิร์กช็อปได้ลองสร้างโมเดลหรือแนวทางใหม่ ๆ อย่างรวดเร็ว เพื่อนำไปทดสอบและปรับปรุง เพื่อสร้างความมั่นใจและเห็นผลลัพธ์จริง

—

การประยุกต์ใช้เวิร์กช็อปเพื่อกระตุ้น “คิดใหม่” ในองค์กร

– ระดมสมองเพื่อแก้ไขปัญหาซับซ้อน
เวิร์กช็อปช่วยรวมพลังและไอเดียจากกลุ่มคนหลาย ๆ ฝ่าย พร้อมด้วยเทคนิคการกระตุ้นความคิด เพื่อค้นหาแนวทางใหม่ ๆ ที่มักจะไม่ปรากฏในการทำงานแบบเดิม

– การออกแบบนวัตกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์
การจัดเวิร์กช็อปในขั้นพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ จะทำให้ได้ความคิดสร้างสรรค์จากหลายฝ่าย และสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญที่ยากจะคาดคิดล่วงหน้าได้

– การพัฒนาวัฒนธรรมองค์กร
เวิร์กช็อปที่สนับสนุนให้พนักงานกล้าคิดใหม่อย่างต่อเนื่อง จะส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เป็น Agile และ Innovation-driven ทำให้องค์กรพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและสร้างความได้เปรียบในตลาด

– การฝึกทักษะพนักงาน
ใช้เวิร์กช็อปในการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ เพิ่มพูนพลังสมองที่พร้อมสร้างไอเดียใหม่ ๆ

—

สรุป

การทำเวิร์กช็อปอย่างมีศิลปะและศาสตร์ของกระบวนกรที่ดี จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คนในองค์กรกล้า “คิดใหม่” ได้อย่างแท้จริง การสร้างบรรยากาศปลอดภัย ใช้เทคนิคการคิดสร้างสรรค์ เชื่อมโยงผู้คนที่หลากหลายและมุ่งเป้าไปยังปัญหาและโอกาสที่ชัดเจน จะช่วยกระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่ ๆ ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว

—

หมายเหตุ: กระบวนกรที่มีทักษะและได้รับการรับรองจาก IAF ยิ่งช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับการทำเวิร์กช็อปเหล่านี้ เพราะเข้าใจสมดุลระหว่างการบริหารกระบวนการและการสร้างกลุ่มพลวัตของคน เพื่อให้ทุกเสียงและความคิดถูกนำมาใช้ประโยชน์สูงสุดในแต่ละช่วงของเวิร์กช็อปนั้น ๆ

Facebook Comments Box