งานฟา กับ การทำงานเชิงกลยุทธ์ : Strategic Roadblock Surfacing Lab
งานฟา กับ การทำงานเชิงกลยุทธ์ : Strategic Roadblock Surfacing Lab
ในโลกธุรกิจและองค์กรยุคปัจจุบัน การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพไม่สามารถละเลยความสำคัญของงานฟา (Facilitation) และการวางกลยุทธ์เชิงลึกได้ งานฟาเป็นกระบวนการที่สร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดการสื่อสารที่เปิดเผยและสร้างสรรค์ โดยเน้นการนำพาทีมงานหรือกลุ่มเป้าหมายไปสู่เป้าหมายร่วมกันอย่างเป็นระบบ ในขณะเดียวกัน การทำงานเชิงกลยุทธ์เป็นกระบวนการวิเคราะห์ วางแผน และดำเนินกลยุทธ์เพื่อพัฒนาองค์กรในระยะยาว การนำเอาแนวคิดงานฟามาประยุกต์ใช้ สร้างความเข้าใจและความร่วมมือในกลุ่มเป้าหมายจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
นิยามและความหมาย
งานฟา หมายถึง กระบวนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการสนทนาและการแก้ปัญหา โดยผู้ทำหน้าที่เป็น Facilitator จะเป็นผู้ช่วยสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายได้แสดงความเห็นอย่างเปิดเผย ช่วยให้เกิดการรวมพลังและการตัดสินใจร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนการทำงานเชิงกลยุทธ์ คือการออกแบบแนวทางและแผนการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายเชิงพัฒนาการขององค์กรในระยะยาว ในบริบทของ Strategic Roadblock Surfacing Lab การผสมผสานของทั้งสองแนวคิดนี้มีความสำคัญ เพื่อให้กลุ่มสามารถค้นหาและจัดการกับอุปสรรคทางกลยุทธ์ที่อาจขัดขวางความก้าวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความเข้าใจและการใช้งาน
การนำกระบวนการ facilitation มาใช้ในกระบวนการวางกลยุทธ์ทำให้สามารถสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่สนับสนุนการเปิดเผยปัญหาและความท้าทายที่อาจหลบซ่อนอยู่ การเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างการบอกข่าว (telling) กับการสร้างเวทีให้พูดคุยอย่างเปิดเผยคือหัวใจของ Facilitation ทำให้กลุ่มสามารถแก้ไขปัญหาซิลโลและค้นหาเส้นทางใหม่ ๆ ได้โดยไม่รู้สึกถูกวิพากษ์วิจารณ์
ในโอกาสที่องค์กรต้องการสำรวจอุปสรรคทางกลยุทธ์หรือ Roadblock Lab เป็นการสร้างเวทีเพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันระบุ ปรับทิศทาง และวางแผนแนวทางแก้ไขอุปสรรคเหล่านั้น โดยสามารถใช้เครื่องมือและเทคนิคของ facilitation เช่น brainstorming, mind mapping, การตั้งคำถามเชิงลึกเพื่อให้เกิดความเข้าใจในจุดรุกและจุดรับของปัญหา
การประยุกต์ใช้ในโอกาสต่าง ๆ
งานฟาและการทำงานเชิงกลยุทธ์สามารถประยุกต์ใช้ในหลายโอกาส เช่น
– การวางแผนกลยุทธ์องค์กร ช่วยให้ทีมงานทุกระดับมีส่วนร่วมและเข้าใจในเป้าหมายร่วมกัน ลดความเข้าใจผิดและเพิ่มความมุ่งมั่น
– การบริหารความเปลี่ยนแปลง ช่วยจัดการความรู้สึกและความคาดหวังของพนักงาน พร้อมทั้งสนับสนุนการปรับตัวในช่วงเปลี่ยนแปลง
– การระบุและแก้ไข Roadblocks เป็นการสร้างเวทีเชิงกลยุทธ์เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบและร่วมมือหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม
– การสร้างความร่วมมือในโครงการข้ามสายงาน ช่วยให้เกิดความเข้าใจและความร่วมมือที่ดีกว่าระหว่างกลุ่มงานต่างๆ
ในฐานะที่เป็นกระบวนกร Facilitator ที่ได้รับการรับรองจาก IAF ความสามารถในการผสมผสานงานฟากับการทำงานเชิงกลยุทธ์เป็นทักษะสำคัญในการช่วยเหลือองค์กรในการค้นพบ Roadblock ที่ซ่อนอยู่ ยกระดับความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส และขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน
สรุป
งานฟาเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในกระบวนการวางกลยุทธ์และจัดการ Roadblocks โดยเฉพาะในบริบทของ Strategic Roadblock Surfacing Lab เน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนความเปิดเผย การแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์ และความร่วมมืออย่างแท้จริง ซึ่งจะนำไปสู่การค้นพบปัญหาเชิงกลยุทธ์ที่แท้จริง พร้อมทั้งวางแนวทางแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพในทุกโอกาสของการพัฒนาองค์กร.
