“Being vs Doing: โค้ชเก่งไม่ใช่แค่ทำได้ แต่ ‘เป็น’ ผู้ตั้งใจฟังอย่างแท้จริง”
“Being vs Doing: โค้ชเก่งไม่ใช่แค่ทำได้ แต่ ‘เป็น’ ผู้ตั้งใจฟังอย่างแท้จริง”
ในโลกของการพัฒนาองค์กร การโค้ช หรือการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ นอกจากความสามารถในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ แล้ว การเป็นตัวเองอย่างแท้จริง หรือ “being” ก็สำคัญไม่แพ้กัน คำว่า “Being” หมายถึง การมีอยู่ การแสดงออกซึ่งคุณลักษณะและทัศนคติที่แท้จริงของบุคคล ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นตัวเองอย่างลึกซึ้ง ส่วน “Doing” หมายถึง การทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมาย และมักจะเกี่ยวข้องกับกิจกรรมภายนอกและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
—
ความหมายและนิยามของ “Being vs Doing”
“Being” คือภาวะของความเป็นตัวเอง การมีจิตสำนึก ความตั้งใจ และความเต็มใจที่จะแสดงออกในเชิงคุณธรรม ค่านิยม และทัศนคติที่แท้จริงของบุคคล เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความ Authenticity หรือความจริงใจในการแสดงออก เช่น การเป็นผู้ฟังอย่างตั้งใจ ไม่ใช่เพียงแค่รอฟังให้จบแล้วพูดต่อ แต่เป็นการเข้าใจและรับรู้ถึงความรู้สึกและความต้องการของผู้ฟังอย่างแท้จริง
ในทางตรงกันข้าม “Doing” คือการปฏิบัติหน้าที่ ทำภารกิจ หรือบรรลุเป้าหมายตามความสามารถและความรู้สึกที่ได้รับมอบหมาย เป็นการกระทำที่เน้นผลลัพธ์และความสำเร็จในเชิงปริมาณ
—
ความเข้าใจในบริบทของโค้ชและผู้นำ
สำหรับโค้ชและผู้นำ การเป็น “ตัวเอง” อย่างแท้จริง (Being) คือหัวใจสำคัญที่ช่วยสร้างความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับผู้ที่รับการโค้ชหรือร่วมงานด้วย ในขณะที่การทำกิจกรรมหรือการดำเนินการ (Doing) ก็จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและผลลัพธ์
แต่ความต่างที่สำคัญคือ โค้ชที่เน้น “Being” จะสามารถสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นที่ลึกซึ้งกว่า เพราะเขาไม่ได้แค่ทำตามขั้นตอน แต่เป็นผู้ที่ตั้งใจฟังอย่างแท้จริงและแสดงความจริงใจออกมา ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาอย่างยั่งยืน
—
วิธีการและแนวคิดในการประยุกต์ใช้ “Being” ในการทำงาน
1. ฝึกสติและจิตสำนึก
เริ่มต้นจากการใคร่ครวญตนเองและรู้เท่าทันอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง การฝึกสมาธิ การเขียนบันทึก หรือการตั้งคำถามกับตัวเองเป็นเครื่องมือช่วยให้เข้าใจความเป็นตัวเองมากขึ้น
2. ตั้งใจฟังอย่างแท้จริง
การเป็นผู้ฟังที่ดีไม่ได้หมายความแค่รอจบแล้วพูดต่อ แต่เป็นการให้เวลาทั้งร่างกายและใจในการฟังอย่างเต็มที่ ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นโดยไม่มีการตัดสินใจล่วงหน้า
3. แสดงความจริงใจและความเป็นตัวเอง
ในการสื่อสาร ควรแสดงความรู้สึกและทัศนคติด้วยความจริงใจ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ซื่อสัตย์และไว้ใจได้
4. พัฒนาความเข้าใจในตัวเองและผู้อื่น
การเข้าใจในความแตกต่าง และเคารพในความหลากหลาย จะช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งและกลายเป็นผู้ที่อยู่ “เป็น” อย่างแท้จริงมากขึ้น
—
การประยุกต์ใช้ “Being” ในการพัฒนาองค์กรและบุคคล
– สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความเป็นตัวเองและความจริงใจ
ให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัยที่จะเป็นตัวเองและแสดงออกอย่างแท้จริง
– ฝึกโค้ชและผู้นำในเรื่องของความรู้สึกและการเป็นตัวเอง
จัดอบรมหรือโค้ชชิ่งให้เขาตระหนักถึงความสำคัญของ “Being” ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความรับผิดชอบในการเป็นผู้นำ
– เน้นการฟังและเข้าใจเป็นหัวใจของการสื่อสารและบริหารทีม
การตั้งใจฟังช่วยสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ย่อมผลักดันให้เกิดความร่วมมือและความสำเร็จร่วมกันมากขึ้น
—
สรุป
“Being vs Doing” เป็นแนวคิดที่สะท้อนให้เห็นว่า โค้ชและผู้นำที่เก่งไม่ใช่เพียงแค่การทำตามขั้นตอนหรือบรรลุเป้าหมายเท่านั้น แต่คือการเป็นคนที่เต็มใจอยู่ “เป็น” ในตัวเองอย่างแท้จริง เรียนรู้ที่จะแสดงความจริงใจอย่างเต็มที่และตั้งใจฟังผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกบริบทขององค์กร
